ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ถ้าพูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชีย ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ “จีน” ในฐานะเครื่องยนต์หลักของโลก แต่ในปี 2026 ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนค่ะ
เมื่อพี่ใหญ่อย่างจีนเริ่มเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งสังคมผู้สูงอายุ วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ทำให้เสน่ห์ของตลาดหุ้นจีนเริ่มลดมนต์ขลังลง (Growth Slowdown) เงินทุนทั่วโลกจึงเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงเหมือนจีนในอดีต

เวียดนาม ฐานการผลิตโลกแห่งใหม่ที่ใครก็ง้อ
ถ้าจีนคือโรงงานของโลกในอดีต เวียดนามคือโรงงานของโลกในอนาคตค่ะ ด้วยยุทธศาสตร์ China Plus One บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ (เช่น Apple, Samsung, Nike) ต่างพากันย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาที่เวียดนาม เพื่อหนีความเสี่ยงเรื่องกำแพงภาษีและค่าแรงที่สูงขึ้น สิ่งที่ทำให้เวียดนามน่าสนใจสุด ๆ ในปี 2026 คือ
แรงงานวัยหนุ่มสาวราคาถูก โครงสร้างประชากรเวียดนามยังเป็นวัยทำงานที่กระตือรือร้นและค่าแรงยังแข่งขันได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้ไหลเข้าประเทศมหาศาล
ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ครอบคลุม เวียดนามเซ็นสัญญาการค้ากับแทบทุกมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ทำให้สินค้าที่ผลิตจากเวียดนามส่งออกไปขายทั่วโลกได้ด้วยภาษีที่ต่ำมาก หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มส่งออกของเวียดนามจึงเติบโตแบบก้าวกระโดด
อินเดีย ยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังคนรุ่นใหม่
ถ้าเวียดนามเด่นเรื่องการผลิต อินเดียคือราชาแห่ง “การบริโภค” และ “เทคโนโลยี” ค่ะ ในปี 2026 อินเดียครองแชมป์ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแซงหน้าจีนไปแล้ว และที่สำคัญคือประชากรส่วนใหญ่เป็นคนอายุน้อย (Young Population) ที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานและมีกำลังซื้อสูง
Demographic Dividend การมีคนหนุ่มสาวจำนวนมหาศาล แปลว่ามีคนทำงานเยอะและมีคนซื้อของเยอะ เศรษฐกิจอินเดียจึงขับเคลื่อนด้วยการบริโภคในประเทศ (Domestic Consumption) เป็นหลัก ทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนเท่าไหร่
Make in India และ Tech Hub รัฐบาลอินเดียผลักดันนโยบายผลิตเองใช้เองที่เข้มแข็งมาก บวกกับความเก่งกาจด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ระดับโลก ทำให้ตลาดหุ้นอินเดียเต็มไปด้วยบริษัท Tech และ Startups ที่มีศักยภาพสูง หุ้นอินเดียจึงมักซื้อขายกันที่ P/E สูง (แพง) แต่คนก็ยอมจ่ายเพราะมองเห็นอนาคตที่ไกลมาก

เปรียบเทียบจุดเด่น เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจริต
ถึงจะน่าลงทุนทั้งคู่ แต่คาแรคเตอร์ของตลาดหุ้นสองประเทศนี้ต่างกันสิ้นเชิงค่ะ
ตลาดหุ้นเวียดนาม (VN-Index)
- สไตล์ เหมือนหุ้นไทยเมื่อ 20 ปีก่อน (Frontier Market)
- จุดเด่น ราคาถูก (P/E ต่ำ) มีโอกาสเติบโตสูงมาก แต่มีความผันผวนสูง ระบบการเงินยังอยู่ในช่วงพัฒนา
- เหมาะกับใคร สายซิ่ง สาย VI ที่ชอบหาหุ้นราคาถูก และรับความเสี่ยงได้สูง
ตลาดหุ้นอินเดีย (SENSEX / Nifty 50)
- สไตล์ หุ้นเติบโตขนาดใหญ่ (Growth Market)
- จุดเด่น พื้นฐานแกร่ง เศรษฐกิจโตเสถียร หุ้นเทคโนโลยีและยาเด่นมาก แต่ราคาหุ้นมักจะแพงเสมอ
- เหมาะกับใคร สาย DCA นักลงทุนระยะยาวที่ต้องการความมั่นคงควบคู่กับการเติบโต
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนกระโดดใส่
เหรียญมีสองด้านเสมอค่ะ แม้จะดูดีแค่ไหนก็มีจุดตายที่ต้องระวัง ความเสี่ยงเวียดนาม คือเรื่อง “สภาพคล่องและกฎระเบียบ” ตลาดหุ้นเวียดนามยังจัดอยู่ในกลุ่มตลาดชายขอบ บางครั้งอาจเจอปัญหาเรื่องระบบเทรด หรือการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาลที่ทำให้ตลาดตกใจเป็นพัก ๆ รวมถึงค่าเงินดองที่อาจผันผวนได้
ความเสี่ยงอินเดีย คือเรื่อง “ความแพง (Valuation)” หุ้นอินเดียแทบไม่เคยถูกเลย การเข้าซื้อผิดจังหวะอาจทำให้ติดดอยนาน รวมถึงระบบราชการที่ซับซ้อนและโครงสร้างพื้นฐานที่ยังพัฒนาไม่ทั่วถึง
ช่องทางลงทุนสำหรับคนไทย เริ่มต้นยังไงง่ายที่สุด
ข่าวดีคือปี 2026 คนไทยลงทุนในสองประเทศนี้ง่ายเหมือนปอกกล้วยค่ะ ไม่ต้องบินไปเปิดพอร์ตเองให้ยุ่งยาก
1. DR (Depositary Receipt) ซื้อผ่านกระดานหุ้นไทยได้เลย ใช้แอปฯ Streaming เหมือนซื้อหุ้นไทย มี DR ของกองทุนเวียดนาม (เช่น E1VFVN3001) และ DR หุ้นอินเดีย ให้เลือกซื้อขายเป็นเงินบาท
2. กองทุนรวม (Mutual Fund) เกือบทุก บลจ. ในไทยมีกองทุนเปิดที่ไปลงทุนในเวียดนามและอินเดีย ทั้งแบบไม่จ่ายปันผลและจ่ายปันผล ให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยเลือกหุ้นให้
3. ลงทุนตรงต่างประเทศ (Offshore Trading) สำหรับคนพอร์ตใหญ่ที่อยากเลือกหุ้นรายตัว โบรกเกอร์ไทยหลายเจ้าเปิดให้บริการเทรดหุ้นเวียดนามและอินเดียโดยตรงแล้ว
การลดน้ำหนักการลงทุนในจีน แล้วแบ่งเงินมาลงในเวียดนามและอินเดีย ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของพอร์ตการลงทุนในปี 2026 ค่ะ
เพราะนี่คือการเดิมพันกับอนาคตของเอเชียยุคใหม่ เวียดนามคือเครื่องจักรการผลิต ส่วนอินเดียคือขุมพลังผู้บริโภค การมีทั้งสองเสือนี้ติดพอร์ตไว้ จะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสเติบโตครั้งใหญ่ที่สุดของทศวรรษนี้ค่ะ
